พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคออทิสติกในเด็ก

โรคออทิสติก คือ โรคที่เกิดขึ้นในเด็กที่มีความผิดปกติของสมองตั้งแต่เกิด หรือเกิดขึ้นกับเด็กที่อยู่กับสื่อต่าง ๆ มากเกินไปที่เป็นการสื่อสารทางเดียว เช่น ไอแพด โทรศัพท์ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น จะส่งผลต่อการพัฒนาการของเด็กในด้านต่าง ๆ คือ
– ด้านการเล่น จะชอบเล่นคนเดียว ไม่สามารถเล่นตามกติกาได้ ชอบเล่นหรือสนใจในสิ่งเดิม ๆ อย่างซ้ำ ๆ
– ด้านการสื่อสาร จะพูดช้ามากกว่าเด็กคนอื่น และมักจะพูดจาด้วยภาษาแปลก ๆ เมื่อต้องการอะไรจะชี้นิ้วบอกไม่สามารถพูดจาสื่อสารหรือส่งเสียงเรียกได้
– ด้านการเข้าสังคม ไม่ชอบอยู่กับคนอื่นเพราะไม่สามารถปรับตัวได้ ไม่ยอมสบตาเวลามีคนคุยด้วย ไม่แสดงอารมณ์ต่าง ๆ เช่น เสียใจ ดีใจ


– ด้านพฤติกรรม มักจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ไม่สามารถอยู่นิ่งได้ สมาธิสั้น
โรคออทิสติกนั้นเราไม่สามารถตรวจรู้ได้ตั้งแต่แรกเกิด ต้องอาศัยการสังเกตพฤติกรรมของเด็กจากผู้อยู่รอบข้าง ข้อบ่งชี้ว่าเด็กจะมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคออทิสติกมีดังนี้
– พูดช้ากว่าปกติ พูดไม่ชัด หรือพูดด้วยภาษาแปลก ๆ มีอาการติดขัด น้ำเสียงผิดแปลกจากเด็กทั่วไป
– ไม่ชอบเล่นกับคนอื่น ไม่มีการสื่อสารทางร่างกายใด ๆ เช่น การสบตา การพูดคุย การแสดงอารมณ์ เป็นต้น เขาจะมีสีหน้าอารมณ์เดียวตลอด ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว ไม่พูดคุยกับคนอื่น เขาจะมีความสุขอยู่กับตัวเองและสนใจในสิ่งที่เขาต้องการเท่านั้น


– มีการแสดงออกด้วยพฤติกรรมเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เช่น ชอบกินแต่สิ่งเดิม ใส่เสื้อผ้าชุดเดิมหากจะเปลี่ยนชุดอื่นให้ก็จะไม่พอใจและแสดงออกโดยการอาละวาด สนใจเรื่องเดิมอยู่อย่างนั้นแม้วัยจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตามที
การรักษา
โรคออทิสติกนั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้แต่สามารถปรับตัวให้เขามีอาการดีขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสังคมรอบด้าน ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในสังคม โดยมีวิธีการรักษาดังนี้
– กระตุ้นให้เขามีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยใช้วิธีกิจกรรมเข้ามาบำบัด ฝึกให้เขามีการพูดโต้ตอบ การสบตา ต้องมีการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ดีขึ้นในระยะยาว
– ปรับพฤติกรรมก้าวร้าวให้ลดน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นการทำลายข้าวของ ทำร้ายร่างกายตนเองและผู้อื่น เพราะเด็กออทิสติกนั้นไม่สามารถสื่อสารได้โดยคำพูดอย่างเด็กคนอื่น ทำให้เขาต้องใช้พฤติกรรมเป็นตัวสื่อสารออกมาว่าเขาต้องการอะไร การปรับพฤติกรรมนี้ต้องมีการฝึกทักษะจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ โดยพ่อแม่ผู้ปกครองต้องร่วมด้วย
– การใช้ยาเพื่อควบคุมฮอร์โมนในสมองให้ปกติ ต้องพิจารณาอาการที่เด็กแสดงออกร่วมด้วยก่อนจะจ่ายยา เช่น ยาควบคุมพฤติกรรมการแสดงออกที่ก้าวร้าว ยาควบคุมการไม่อยู่นิ่ง ขาดสมาธิ เป็นต้น การรักษาด้วยยานี้จะต้องมีการประเมินผลจากแพทย์อย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ